แนะนำทั้งการเลือกซื้อครีมกันแดด และการใช้ครีมกันแดดที่ถูกวิธี



วันนี้คุณครูจะมาเปิดคลาสเลคเชอร์นะครับ

สอนเกี่ยวกับเรื่องครีมกันแดดนิดนึง เป็นเคล็ดลับในการเลือกครีมกันแดด ข้อเท็จจริงที่คุณควรรู้ คือเอาความรู้ไปนิดนึงก่อนที่จะไปใช้ครีมกันแดด จะได้ใช้ครีมกันแดดได้อย่างถูกวิธี ครีมกันแดดเนี่ยจริง ๆ แล้วเนี่ย เป็นผลิตภัณฑ์ Anti-aging ที่ดีที่สุด ชัยเคยคุยกับแพทย์ผิวหนังเขาบอกว่าการป้องกันเนี่ยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะว่า 90 กว่าเปอร์เซ็นต์เลย ของสาเหตุที่ทำให้ผิวเราเนี่ยเกิดริ้วรอยก่อนวัย ก็คือรังสี UV ที่มาจากแสงแดดนั่นเอง เคล็ดลับสำคัญอย่างนึงของชัยในวัย 45 แล้วสภาพยังได้ประมาณนี้อยู่เนี่ย ก็คือ ชัยทาครีมกันแดดทุกวันมาตั้งแต่อายุ 20 แม้

แต่อยู่บ้าน ชัยก็ยังทาครีมกันแดด เพราะว่า รังสี UV จากดวงอาทิตย์ต่าง ๆ เนี่ยนะครับ

สามารถทะลุทะลวงผ่านกระจก ผ่านหน้าต่างอะไรเข้ามาทำร้ายผิวเราได้ และใครที่ยังมีความคิดว่า ครีมกันแดดเนี่ยเป็นเรื่องของ Summer นะครับ

คือไปเที่ยวทะเลถึงจะต้องทาครีมกันแดด ต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่นะครับ

เพราะว่า

ถ้าไม่อยากเกิดริ้วรอยก่อนวัย แล้วก็อยากแก่ช้าหน้าใส ครีมกันแดดต้องทาทุกวัน เชื่อชัย หลัก ๆ ที่ทำร้ายผิวเราเนี่ยก็จะมีรังสี UVA แล้วก็ UVB B ก็คือมาจากคำว่า Burning เป็นตัวการที่ทำให้ผิวของเราเนี่ยไหม้ หรือว่าผิวของเราเนี่ยหมองคล้ำ เกิดฝ้า เกิดกระ จุดด่างดำ ทำให้สีผิวของเราไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่ UVA A มาจาก Aging เป็นตัวการที่ทำให้ผิวของเราเกิดริ้วรอย ฉะนั้นเนี่ย เวลาคุณเลือกซื้อครีมกันแดด คุณก็ควรจะเลือกครีมกันแดดที่มีการระบุว่าเป็น Broad-Spectrum ก็คือสามารถปกป้องผิวได้อย่างครอบคลุมทั้งรังสี UVA และก็ UVB ครีมกันแดดบางแบรนด์ก็อาจจะไม่ได้มีคำว่า Broad-Spectrum นะครับ

แต่ว่าจะโชว์ค่า SPF แล้วก็ค่า PA เอาไว้ ทีนี้หลายคนสงสัยว่า SPF ย่อมาจากอะไร จำง่าย ๆ ก็คือ ย่อมาจากคำว่า Sun Protection Factor นะครับ

ก็คือเป็นค่าปกป้องผิว แล้วจะเลือกค่า SPF อยู่ที่ประมาณเท่าไหน ครีมกันแดดที่อยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะมีค่า SPF อยู่ที่ 30 ขึ้นไป มากสุดตอนนี้ก็คือ 50+

ถ้าถามว่า SPF 30 กับ 50 ต่างกันมั้ย ต่างกันไม่เยอะครับ

ต่างกันอยู่แค่ 1% เอง SPF 30 ก็จะปกป้องผิวจากแสงแดดได้อยู่ที่ 97% SPF 50 ปกป้องผิวจากแสงแดดได้อยู่ที่ประมาณ 98% ส่วนใหญ่ครีมกันแดด จะอยู่ที่ค่า SPF ประมาณนี้

แต่ว่า SPF 50 หรือ 50+ ไม่ได้แปลว่าคุณอยู่กลางแจ้งทั้งวันแล้วผิวคุณจะไม่ไหม้นะ ไม่มีครีมกันแดดไหนที่ปกป้องผิวคุณได้แบบ 100% ทั้งวัน โดยที่คุณไม่ทาซ้ำ ต่อให้คุณทา SPF 50 หรือ 50+

ถ้าคุณอยู่กลางแจ้งตลอดเวลา คุณก็ยังต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง ค่า PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA ค่า PA ส่วนใหญ่ปัจจุบันก็จะอยู่ที่บวกสี่นะครับ

ค่า PA บวกเดียว ก็แปลว่าปกป้องรังสี UVA ได้ดี

ถ้ามี 2 บวก ก็แปลว่า ได้ดีกว่า

ถ้า 3 บวกก็คือได้ดีมาก

ถ้ามี 4 บวกก็แปลว่าได้ดีม้ากมากนั่นเองนะฮะ

ถ้าเป็นไปได้ก็เลือกที่เป็น PA++++ นั่นเอง อันนี้ก็คือหลักการในการเลือกครีมกันแดด ทีนี้เรามาดูกันว่าครีมกันแดดที่ชัยเลือกใช้มีอะไรบ้าง เดี๋ยวต้องบอกก่อนนะว่าที่เอามาให้ดูวันนี้ นะครับ

เป็นครีมกันแดดที่ชัยใช้ทุกวัน

แต่ว่าใช้สลับกันไป ตามสภาพผิวใน

แต่ละวัน ตามความต้องการ หรือตามโอกาส ตามกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นใน

แต่ละวันนั่นเองนะครับ

เอาเรื่องของประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดด สามชิ้นนี้นะครับ

ชัยว่าเด็ดสุด ชิ้นแรกนะครับ

Shiseido Perfect UV Protector SPF 50+ PA++++ Very Water Resistant WetForce เทคโนโลยี WetForce นะครับ

จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผิว เมื่อเจอน้ำและเจอเหงื่อ ก็แปลว่ายิ่งเหงื่อออกนะครับ

หรือยิ่งโดนน้ำ ก็จะยิ่งปกป้องผิวได้ดีมากยิ่งขึ้น ชิ้นที่ 2 นะครับ

ก็คือ Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF 50+ PA++++ ซึ่งเป็นสูตรใหม่ด้วยนะครับ

สังเกตสูตรใหม่ ขวดสีทอง ด้านบนจะเป็นสีฟ้าแบบนี้ ขวดนี้คล้ายกับของ Shiseido เพราะมีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Aqua Booster EX นะครับ

เทคโนโลยีนี้จะคล้าย ๆ กับเทคโนโลยี WetForce ของ Shiseido ขวดสีฟ้าเมื่อกี้ ก็คือ เพิ่มประสิทธิภาพในการกันแดดเมื่อเจอน้ำและเจอเหงื่อเข้าไป แล้วก็ชิ้นที่ 3 อันนี้คือ ÍPSA Protector Sun Shield SPF 50+ PA++++ ÍPSA

ถ้าพูดถึงในเรื่องของกันน้ำกันเหงื่ออะไรอย่างนี้ อาจจะกันน้ำกันเหงื่อได้น้อยกว่า 2 ขวดนี้ 3 ชิ้นนี้ ค่า SPF เท่ากัน ค่า PA เท่ากัน มาดูความแตกต่างนะครับ

ถ้าเอาเรื่องประสิทธิภาพในการปกป้องผิวแบบสูงสุดเลยนะ Shiseido หลอดสีฟ้า ชัยให้อันดับ 1 จะต่างกันกับอีก 2 หลอดก็คือตรงที่ว่า เห็นไหม เขียนว่า Very Water Resistant สามารถกันน้ำได้ 80 นาที

ถ้าใครเป็นคนที่เหงื่อออกเยอะ ชอบว่ายน้ำ ชอบออกกำลังกายกลางแจ้งนะครับ

เลือกหลอดนี้นะครับ

จะดีมาก ใน 3 ขวดนี้นะครับ

ของ Shiseido จะข้นสุดนะ ชัยว่าเหมาะกับคนที่ผิวธรรมดาถึงผิวแห้งนะครับ

เนื้อจะมีความข้นกว่าหน่อย ใครผิวแห้งก็น่าจะชอบนะครับ

เพราะใช้แล้วก็จะสบายผิว กันน้ำกันเหงื่อได้ดีรองลงมาก็คือ Anessa ขวดนี้ จะเหมาะกับคนผิวมัน เนื้อก็จะซึมเร็ว ก็จะทำให้ไม่มันระหว่างวัน แล้วก็ไม่ขาวลอย ส่วน ÍPSA ก็อาจจะกันน้ำกันเหงื่อได้ไม่เท่า 2 ชิ้นนี้นะครับ

แต่ทีนี้

ถ้าแนะนำนะครับ

ผิวผสม ผิวธรรมดา แล้วอยากได้ Look การ

แต่งหน้าที่ดูสวยด้วย ชัยอะ ชอบ ÍPSA ขวดนี้มาก เนื้อของ ÍPSA จะเบากำลังดีนะครับ

ไม่แห้งนะครับ

แล้วก็ ช่วยให้การ

แต่งหน้าดูสวย เกลี่ยรองพื้น แป้งอะไรอย่างงี้ไม่เป็นคราบนะครับ

3 หลอดนี้ใช้ได้ในชีวิตประจำวันทุกวันนะ ดีหมดทั้ง 3 ชิ้นแหละ เพียง

แต่ว่าคุณชอบเนื้อแบบไหนนั่นเอง เชื่อชัย ยังไม่หมดเท่านั้นค่ะ

อย่าเพิ่งตกใจ มีทางเลือกสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย มี 3 ตัวเลือกมาให้นะครับ

ทีนี้ จะเลือกยังไงล่ะคะ ผิวแพ้ง่าย

ถ้าคุณเป็นคนผิวแพ้ง่ายที่ผิวแห้งนะครับ

ชัยแนะนำให้เลือก อันนี้เด็ดมาก ๆ เป็นของ D Program นะครับ

อันนี้ชื่อว่า Aller Defense Cream SPF 37 PA+++ นะครับ

จะเห็นว่า SPF เค้าไม่เยอะ คือ

ถ้า SPF เยอะก็อาจจะเสี่ยงต่อการแพ้ เนื้อจะเป็นเนื้อครีม ก็จะช่วยให้เบาสบายผิวแบบนี้ อันนี้ที่เจ๋งมาก ๆ เลยนะ ก็คือว่าเค้ามีเทคโนโลยีที่ช่วยปกป้องผิว จากละอองเกสร มลภาวะ แล้วก็สามารถปกป้องผิวได้แม้

แต่กระทั่งฝุ่นที่เล็กขนาด 2.5 Micron

ถ้าใครกังวลนะครับ

เรื่อง PM 2.5 อันนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ เลย

แต่...

ถ้าผิวแพ้ง่ายที่เป็นผิวธรรมดา เป็นผิวผสม ชัยแนะนำเป็นหลอดนี้ก็ได้นะครับ

ของ Kindness ชื่อว่า Freedom Invisible Water Fresh SPF50+ PA++++ อันนี้ Non Irritating Sunscreen นะครับ

Harsh Chemical Free ก็คือไม่มีสารเคมีที่ทำให้เกิดการแพ้ระคายเคือง เนื้อก็จะเป็น Water Fresh พอลูปปุ๊บก็จะแตกตัวเป็นน้ำทันที ซึมเร็วมาก แล้วก็ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิว เพราะว่าเป็นสูตร Oil Free

แต่ทีนี้

ถ้าคุณเป็นผิวแพ้ง่ายนะครับ

แล้วก็เป็นผิวมัน ชัยแนะนำให้เป็น Supergoop! หลอดนี้นะครับ

ชื่อว่า Smooth and Poreless 100% Mineral Matte Screen SPF 40 นะครับ

แล้วก็เป็น Broad-Spectrum Sunscreen แม้จะไม่ได้ระบุว่าทำขึ้นมาเพื่อผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ

แต่ชัยดูส่วนผสมแล้ว ที่บอกว่าเป็น Mineral Sunscreen 100% นะครับ

ผิวแพ้ง่ายนี่ใช้ได้เลยนะครับ

ไม่มีส่วนผสมจาก Chemical Sunscreen นะครับ

อันนี้มี Effect ที่ช่วยทำให้ผิวเรา Matte เดี๋ยวชัยให้ดูเนื้อ มีสีนิด ๆ

แต่ว่าใช้ได้กับทุกสีผิวนะ แล้วเวลาลูบไปจะมีความนุ่มลื่นนะครับ

เหมือนกำมะหยี่ ฉะนั้น

ถ้าคุณผิวแพ้ง่ายนะครับ

ก็ลองเลือกดูตามที่ชัยแนะนำเมื่อกี้ เชื่อชัย ปริมาณครีมกันแดดที่แพทย์ผิวหนังแนะนำในการใช้

แต่ละวัน บริเวณใบหน้านะครับ

ก็คือ เท่ากับรัศมีวงกว้างของเหรียญ 10 บาทหนึ่งเหรียญนั่นเองนะครับ

คือจริง ๆ

ถ้าจะให้ทาครีมกันแดดเยอะขนาดนั้น หลายคนอาจจะลำบากใจ ชัยมีเคล็ดลับนะครับ

ก็คือว่า ชัยจะใช้วิธีการเลเยอร์ค่า SPF เอา ล้างหน้าเสร็จ ลงน้ำตบอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชัยก็จะใช้ เป็น The Body Shop Drops of Youth นะครับ

อันนี้ Anti-Pollution ด้วย แล้วก็มี SPF 20 PA+++

แต่ยังไงก็ตาม Moisturizer แบบนี้ก็ยังไม่ใช่ครีมกันแดด ฉะนั้น ก็ตามด้วยครีมกันแดดนะครับ

ทีนี้ก็เลเยอร์เพิ่มเข้าไปอีกนิดนึงสำหรับชัยนะครับ

ก็จะใช้เป็นครีมกันแดดของ Clinique นะครับ

ชื่อว่า Even Better Dark Spot Defense SPF 50 PA++++ อันนี้นะครับ

จริง ๆ แล้วอันนี้ก็ใช้เดี่ยว ๆ ก็ได้นะ

แต่ชัยต้องการเลเยอร์

แต่...

ถ้าคุณอยากให้ผิวดูฉ่ำมากขึ้นกว่านั้นอีก ชัยก็จะแนะนำให้ใช้เป็น Tinted Moisturizer อันนี้เพิ่มเข้าไปอีกนะครับ

เดี๋ยวชัยจะให้ดูเนื้อ คุณเอ๊ยแบบ ใช้แล้วนะ ยิ่งใครผิวแห้งนะคุณ ผิวจะดูฉ่ำ สวยมาก คือวิธีการเลเยอร์ค่า SPF ของชัย แล้วต่อจากนี้ คุณก็เริ่ม

แต่งหน้า ไม่ว่าจะทารองพื้นหรือทาแป้งอะไรก็แล้ว

แต่ ถามว่า ที่ชัยเรียงการเลเยอร์แบบนี้ ค่า SPF ในการปกป้องผิวของชัยในวันนี้อยู่ที่เท่าไหร่ ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ค่า SPF ปกป้องของผิวชัยในวันนี้ที่สูงสุดก็คืออยู่แค่ 50+ เท่านั้น คือไม่ใช่หมายความว่า โห คุณจะได้ค่า SPF อยู่ที่ 140 คุณไม่สามารถเอาค่า SPF ของ 4 ชิ้นนี้มาบวกกันได้นะคะ ปกป้องผิวแบบได้ยาวนานไม่ต้องทาซ้ำ

ถ้าไปโดนแดดทั้งวันอะไรอย่างนี้ไม่ใช่นะครับ

อ้อ ลืมบอกไป หลายคนทา

แต่หน้า ลืมคอ ลืมใบหูลืมอะไรต่าง ๆ นะครับ

ชัย เวลาทาครีมกันแดดเหล่านี้ที่คอแล้ว ชัยจะรู้สึกว่าคอเหนียว ๆ แล้วเราไม่สบายตัว แล้วเวลาถอดเสื้อยืดสีขาวที่ชัยใส่ประจำ เป็นคราบเหลือง ๆ ที่ตรงคอเสื้อ ก็เลยลองเปลี่ยนมาใช้อันนี้ครับ

ชื่อว่า Hydra Sun Fluid SPF 50+ PA++++ ชื่อว่าแบรนด์ Village 11 Factory เป็นเนื้อเจลใสมากนะครับ

แตกตัวเป็นน้ำทันทีเวลาที่เราลูบไป อันนี้ เราก็จะเก็บไว้ทาคอ เพราะราคาไม่ค่อยแพงนะครับ

อยู่ที่ 650 บาท เวลาทาครีมกันแดดแล้ว

ถ้าไม่ทาที่คอบางที หน้าตึง

แต่คอยับก็ไม่ไหวนะครับ

ฉะนั้น ต้องทาที่คอด้วย เชื่อชัย ครีมกันแดดไม่ว่าจะ SPF 50 หรือ 30 ก็จะปกป้องผิวอยู่แค่ไม่เกินเที่ยงหรอก ก็จะแนะนำให้คุณทาซ้ำ

แต่ในความเป็นจริงอะ มันทำกันไม่ค่อยได้หรอกคุณ เพราะว่าหน้าเราก็ทา Make up แล้วจะมาทาครีมกันแดดซ้ำลงไปอีก มันก็จะดูยุ่งยากไปนิดนึงสำหรับชีวิตประจำวัน ให้ดีที่สุดก็คืออย่าออกไปโดนแดด

แต่...

ถ้าต้องออกไปโดนแดด ก็ใช้ Cushion ที่มี SPF ตบเข้าไป ฉะนั้น คุณตื่นมาวันนี้ จะไม่ทาอะไรก็ได้

แต่ต้องทาครีมกันแดด

ถ้าไม่อยากหน้าแก่ก่อนวัย เชื่อชัย และวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณโรงแรม Movenpick Sukhumvit 15 นะครับ

จะบอกว่าเค้ามีโปรโมชั่นดีมาก ๆ เลยก็คือว่า โปรโมชั่นที่เป็น Buffet Appetizer นะครับ

คุณจ่ายเพียง 777 บาท กิน Appetizer อะไรได้เยอะแยะมากมายนะครับ

เพราะเป็น Buffet

แต่ สิ่งที่เด็ดก็คืออะไรรู้ไหม คุณสามารถสั่ง Drink ไม่ว่าจะเป็นไวน์ เป็นเบียร์ เป็น Cocktail ได้ในราคาแก้วละ 15 บาท คุณ เริ่ดมาก โปรโมชั่นนี้นะครับ

ก็คือช่วงระหว่างเวลา 6 โมงเย็น จนถึง 4 ทุ่มเท่านั้น

ถ้าใครเป็นสาย Drink อยากมานั่งจิบ Cocktail ชิล ๆ สวย ๆ อะไรอย่างงี้ ก็ลองมาดูกันที่โรงแรม Movenpick Sukhumvit 15 เชื่อชัย