พูดคุยกับ JUNG SAEM MOOL เมคอัพอาร์ติสต์และเจ้าของแบรนด์เคบิวตี้ชื่อดัง จากเกาหลี

วันนี้รู้สึก VIP สุด ๆ เลยคุณ เพราะว่าชัยได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์ คุณ Jung Saem Mool นะครับ
ซึ่งเป็น Celebrity Makeup Artist ชื่อดัง และมีอิทธิพลมากที่สุดคนนึงในเกาหลีเลยก็ว่าได้นะครับ
และก็เป็นเจ้าของแบรนด์นะครับ
Jung Saem Mool นะครับ
ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะเคยฝากคนหิ้ว Cushion , Lipstick จากที่เกาหลี ตอนนี้ไม่ต้องแล้วนะครับ
เพราะว่าตอนนี้ Jung Saem Mool มาเปิด Shop ที่ประเทศไทยแล้วนะฮะ คำถามแรกก็คือว่า Lipstick สีอะไรฮะ อยู่บนปากของคุณ Just Red จริง ๆ ตอนแรกแอบทายไปแล้วนะฮะ ทายถูกด้วยนะครับ
และมันเป็นลิปสติกแบบ Matte ใช่ไหม ใช่ค่ะ
Air Matte อ๋อ คือเนื้อบางเบา ใช่บางเบามาก ๆ อุ๊ยตายแล้ว ชอบชื่อ I Love The Name Air Matte Just Red Air Matte ปรัชญาในการ
แต่งหน้าของคุณ Jung Saem Mool คืออะไร เพราะว่าจริง ๆ แล้วจากที่ดู คุณเค้า
แต่งหน้าน้อยมากเลย มีแค่ลิปสติกมั้ง แล้วก็อาจจะมีผิวนิดหน่อย
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนค่ะ
ว่า ฉันก็มีประสบการณ์ในการ
แต่งหน้ามามากกว่า 30 ปี
เพราะฉะนั้น ฉันจะมีเทคนิคเกี่ยวกับการ
แต่งหน้าเยอะมาก
แต่ทุกคนสามารถมีผิวที่ดีได้ โดยที่หลักก็คือ เรียกว่า Glass Skin ไม่ได้หมายความว่าการ
แต่งหน้าที่ดูเป็น Glass Skin อย่างเดียว คือต้องดูแลตั้งแต่ Skincare ต้องกำจัด Dead Skin Cell หรือว่า Blackhead ที่ตายแล้วออกไป ถึงจะทำให้การ
แต่งหน้าติดทนนาน แบบ Glass Skin แล้วดู Shine ค่ะ
Glass Skin นี่เชื่อว่าผู้หญิงไทยได้ยินกันมาเยอะนะครับ

แต่ว่าอาจจะยังไม่เข้าใจว่า Glass Skin นี่จริง ๆ แล้วมันเป็นยังไง แล้ว
ถ้าเกิดว่าผิวไม่ดีล่ะ จะ
แต่งแบบ Glass Skin ได้ไหม เมื่อสักครู่ที่ถาม Glass Skin กับ Oily Skin บางครั้ง
ถ้าฟังเผิน ๆ อาจจะฟังดูเหมือนกัน
แต่ว่าที่แตกต่างกันเลย คำว่า Glass Skin มันจะมีความ Moisture มีความชุ่มชื้นและดูสุขภาพดี
แต่คำว่า Oily Skin จะดูเป็นความมัน ความเยิ้ม ดู Greasy
ดังนั้น ทุกคนสามารถมี Glass Skin ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวเอเชียชาติไหน อย่างที่เกริ่นไปเมื่อสักครู่นี้ว่า Skincare เราต้องดูแลผิวให้ดีก่อน
แต่ว่าการ
แต่งหน้าต้องรู้จักการลง Layering ไม่ว่าจะเป็น Foundation หรือ Concealer ต้องลงปริมาณ น้ำหนักที่เหมาะสม แล้วก็อาศัยเทคนิคอีกเล็กน้อย จะทำให้ Texture ดูเรียบเนียนและดูเป็น Glass Skin สุขภาพดีค่ะ
อย่างวันนี้ที่ฉัน
แต่งมาก็จะเรียกว่าใช้แค่ Base Make Up Eye Brow , Eye Liner และก็ Lip อย่างที่เห็นเท่านั้น พูดในรายละเอียดอีกลึก ๆ คือการเลือกสีของ Base Make Up คือ Color สำคัญมาก ๆ ให้ Match กับ Skin Tone ให้มากที่สุด ไม่ให้เข้มไปหรืออ่อนไป ให้พยายามค้นหาพื้นผิวตัวตนของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วก็สิ่งสำคัญคือวิธีการลงน้ำหนัก การควบคุมปริมาณสำคัญมาก ๆ ถึงจะเป็น Glass Skin อย่างที่เห็นค่ะ

ถ้าอยากมี Glass Skin ต้องใช้อะไรบ้างเป็น Key Product Glass Skin ฉันใช้ product ชิ้นนี้เป็นชิ้นแรกค่ะ
จากนั้นใช้สิ่งนี้ในการเติมระหว่างวัน
แต่ในบางครั้งลูกค้าชาวเกาหลี และลูกค้าชาวญี่ปุ่น ก็จะซื้อแค่ชิ้นนี้เพื่อใช้สำหรับงานผิวทั้งหน้าก็มีค่ะ

แต่…

ถ้าอยากได้ผลออกมาให้ดูเป๊ะ หรือดูเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ก็แนะนำให้ใช้สองตัวนี้คู่กันจะดีกว่า คือจริง ๆ เมื่อกี้คุณ Jung Saem Mool บอกว่า ให้ใช้อันนี้ก่อนในการ
แต่งผิว จริง ๆ เป็น Foundation ที่มาพร้อมกับ Concealer ในตลับเดียวกัน ซึ่งเค้าก็จะมีพัฟฟ์แล้วก็มีตัว Applicator สำหรับ Concealer ไว้ให้นะครับ
ซึ่งเวลาใช้ก็บีบ กดออกมา กดตรงนี้นะฮะ ก็จะมีเนื้อไหลออกมา เค้าก็จะมี Applicator นะครับ
ใน Product ที่แนะนำสำหรับใคร ๆ ที่อยากมี Glass Skin แบบฉันนะคะ ชิ้นนี้เรียกว่า Star-cealer ซึ่ง Star-cealer ตัวนี้เค้าจะมีนวัตกรรมพิเศษเลย คือตรงกลางเค้าจะเป็น Skin Pallete เอาไว้มิกซ์ระหว่าง ตัว Foundation และ Concealer ซึ่งเค้าจะมากับ Tool ที่ออกแบบเป็นพิเศษ 2 แบบ ชิ้นแรกเมื่อสักครู่ที่ถือคือพัฟฟ์ สำหรับแปรงนั้นไว้แต้ม Concealer เหมาะสำหรับปกปิดหรือพราง ในจุดที่สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือ เบลอรูขุมขนได้ค่ะ
อ๋อ เวลาใช้แปลว่าไม่ใช่ว่าเอาอันนี้แตะ แล้วก็แต้มรอยดำไป แล้วค่อยเอา Concealer มาแตะ คือเวลาใช้ให้อย่างนี้ แล้วก็มาอย่างนี้ ผสมแล้วค่อยมา ก็คือวิธีการใช้
ถ้าสำหรับตัว Foundation ใช้อย่างเดียวก็ได้
แต่ว่าต้องวอร์มตรง Pallete ตรงกลางก่อน เพื่อให้รองพื้นซึมเข้าไปในพัฟฟ์อย่างสม่ำเสมอ และเมื่อเราแตะไปที่ผิว ปริมาณรองพื้นจะพอดี กับ Concealer ก็เช่นกัน เหมือนการวอร์มถูกไหมคะ บางคนเค้าจะแตะปุ๊บลงหน้าเลย ทำให้ปริมาณมันไม่เหมาะสม อาจจะเยอะหรือน้อยไปทำให้เป็นคราบได้ ให้ลองสังเกตของคนที่เป็นช่าง
แต่งหน้า ส่วนใหญ่เค้าจะวอร์มที่หลังมือก่อน เป็นการวอร์มก่อนลงหน้า
ดังนั้นจึงมีอุปกรณ์ที่เป็น Pallete ตรงนี้เอาไว้วอร์มก่อน ไม่ค่ะ
อย่าทำแบบนั้น เยอะเกินไปค่ะ
ให้รองพื้นหมดไปจากจานผสมสี รองพื้นจะกระจายตัวบนพัฟฟ์อย่างสม่ำเสมอ สวย เสร็จแล้วก็ Concealer นิดหน่อย เข้าใจแหละ เวลาบีบออกมามิกซ์ ต้องดูให้จานผสมสีสะอาดเลย ให้รองพื้นหายไปหมด อย่ากดรองพื้นขึ้นมามากเกินไป ไม่ต้องกดสุด ใช่ไหม ปริมาณเท่านี้ Perfect ค่ะ
เราว่าเราใช้น้อยแล้วนะ เค้าใช้น้อยกว่าเราอีก เค้าบอกว่าเวลากด เห็นไหม อย่ากดสุดนะครับ
กดนิดเดียว เนื้อครีมแค่นี้ แล้วบีบออกมา แล้วก็เกลี่ย เกลี่ยแล้วก็ เอาให้ตรงแป้นนี้สะอาดเลยนะฮะ เหมือนเช็ดถูออกไปเลย เพราะเค้าบอกว่า
ถ้าเกิดว่าเรายังเกลี่ยไม่ดี เห็นไหม ตรงนี้ไม่เกลี้ยง ไม่สะอาด แปลว่ามันจะเยอะเกินไปที่พัฟฟ์ ต้องเอาแบบเนียน พัฟฟ์นุ่มมาก เมื่อกี้คุณ Jung Saem Mool ให้ทริคที่น่าสนใจมาก ๆ นะครับ
การ
แต่งผิว สามารถ
แต่งผิวให้มีมิติได้ด้วยไม่ใช่สี
แต่ใช้ปริมาณของรองพื้นหรือ Concealer ช่วยได้นะครับ
อย่างเช่นในบริเวณที่ผิวเรามีความหนาแน่น หรือพูดง่าย ๆ ว่าเนื้อผิวที่ค่อนข้างเยอะ ก็คือช่วงบริเวณแก้มนี่นะครับ
เราสามารถลงหนาหน่อยได้ เนื้อรองพื้นหรือ Concealer
แต่ช่วงที่เนื้อผิวที่ค่อนข้างบาง เนื้อผิวที่ติดกระดูก อย่างเช่นบริเวณหน้าผาก หรือหว่างคิ้ว หรือว่าช่วงใต้ตา หรือว่าช่วงร่องแก้มนี่นะครับ
ซึ่งปริมาตรผิวจะบาง เราต้องลงให้บางที่สุด อันนี้จะทำให้ผิวดูมี Dimension และก็ดูมีมิติมากขึ้น ยังไม่เคยใช้ Jung Saem Mool และอยากจะเริ่ม คุณแนะนำเป็นตัวไหน อันแรกที่อยากจะแนะนำเลยคือ Mool Cream Texture อันนี้ทาแล้วจะรู้สึกชุ่มชื้นเหมือน Essence จะรู้สึกว่าชุ่มชื้นมาก ๆ
แต่ไม่มันแล้วมีความเงา ก็เป็นตัวเสริมทำให้มี Glass Skin ได้ด้วย ชิ้นแรกไปแล้วนะคะ ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวที่ 2 ที่อยากจะแนะนำสำหรับสาวไทยมาก ๆ เลย เพราะว่าแดดค่อนข้างแรงและต้องการให้ผิวสว่างขึ้นมาอีก 1 ระดับ ตัวนี้เรียกว่า Tone-up ทำให้สว่างขึ้น 1 ระดับและมี SPF 50+ PA+++ ด้วยค่ะ
คือรู้สึกว่าแค่ใช้อันนี้ Mool Cream นะครับ
แล้วก็ตัว Skin Setting Tone-up Sun Base 2 ชิ้น ก็ดูสินี่มีความเป็น Glass Skin ขึ้นมาแล้วคุณ Amazing มาก ๆ ชิ้นต่อมา Medium Lighting Nuder Cushion เป็นถาดที่ใช้เพื่อให้ได้ปริมาณที่ถูกต้อง Mix and Touch คุณ ตายแล้ว ดิฉันเป็นดาราเกาหลีได้แล้วตอนนี้ Love คุณคิดว่าเค้ามี Stock พอไหมคะสี Just Red ฉันคิดว่าสีนี้จะขายหมดเป็นสีแรกอย่างแน่นอน Just Red ซึ่งรุ่นนี้ไม่ใช่ Matte ธรรมดา
แต่เป็น Air Matte
เพราะฉะนั้นมีความ Matte
แต่ไม่ตกร่อง ให้ความชุ่มชื้นและเบาบางเหมือนอากาศ ที่ชอบก็คือว่าเป็นแดงที่มีติดส้มมาใช่ไหมฮะ ฉะนั้น มันดู Modern ดูทันสมัยนะครับ
แล้วก็มีความ Street Style คือใช้ได้กับทุกวัย แล้วก็ชัยเชื่อว่าคนที่มีผิวสีเข้ม ๆ ก็จะทำให้หน้าดู Bright ดูสดชื่นขึ้น หรือวัยรุ่นทาก็ไม่ดูแก่ คนที่มีอายุทาก็จะดูทันสมัยขึ้น ไม่ดูเชย ฉะนั้นเป็นสีที่ หมด เป็น Cushion-Cealer ค่ะ
เป็น Cushion และ Concealer อยู่ด้วยกันค่ะ
แล้ว Cushion 2 อันนี้ เลือกใช้อย่างไร มันต่างกันอย่างไรครับ
นอกจากการที่มีอันนี้ขึ้นมาด้วย เนื้อมันต่างไหม Cushion มี 2 แบบ อันที่ถืออยู่เรียกว่า Essential Nuder ก็คือผิวแห้งหน่อย ต้องการความชุ่มชื้น ส่วนอีกแบบนึง ซึ่งเราสามารถมี Cushion 2 อันได้ใน 1 ตลับ อย่างเช่นตัวที่ถืออยู่จะเป็น Matte อันนี้จะลง T-Zone ก็ได้ แล้ว
ถ้าแบบเงา ๆ หน่อยก็จะเป็นแบบ Nuder Essential ก็จะมีความ Glass ลงอีกบริเวณนึงให้ดูเงาก็ได้ แล้วต่างกับอันนี้อย่างไรครับ

ถ้าไม่อยากพก 2 ตลับ ซื้อตลับเดียว 2 in 1 เป็นการรวมไว้ใน 1 ตลับ ก็ไปลองดูกันสำหรับ Cushion ที่ชื่อว่า Essential Skin Nuder Cushion แล้วก็ Essential Skin Nuder Long Wear Cushion
ถ้า Long Wear ก็คือสำหรับคนผิวมันนั่นแหละ Matte อันนี้ Nuder Cushion ก็สำหรับ Glass Skin นั่นเอง ก็ประมาณนี้ มี 1 คำถามคุณ Jung Saem Mool นะฮะ คือชอบผลิตภัณฑ์ของคุณมากเลยนะครับ

แต่ทีนี้คนไทยนะครับ
ที่บางคนสีผิวจะเข้ม หรือเข้มเลยแหละนะครับ
เรียกว่าค่อนข้าง Dark
แต่เค้าอยากใช้ เค้าก็อาจใช้ไม่ได้ ในอนาคตคุณจะมีทำสี Cushion หรือ สี Concealer ที่เข้มขึ้นสำหรับคนที่ Darker Skin ไหม แน่นอนค่ะ
เป็นคำถามที่ดีมาก แล้วก็เป็นสิ่งที่กำลังอยู่ในช่วง ของการคิดค้นพัฒนาเร็ว ๆ นี้มาแน่นอน สำหรับคนผิวเข้ม ใครที่มีผิวสีเข้ม แล้วก็เป็นแฟนของ Jung Saem Mool อยากจะใช้เหลือเกินนะครับ
อดใจรอ เพราะว่าในอนาคตไม่น่าจะนานมากนะฮะ เค้าจะมีงานผิวนะครับ
ซึ่งมีโทนสีให้เลือกมากขึ้นนะครับ
โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือว่าผู้หญิง ที่มีสีผิวค่อนข้างเข้ม ฉะนั้น รอแป๊บนึงนะฮะ เชื่อชัย ก็เป็นไงฮะ
แต่งออกมาแล้วนะครับ
งานผิวที่แท้ True นี่นะฮะ ก็ยกให้คุณ Jung Saem Mool นะครับ
กราบเลย คือดูสะอาด ดู Fresh และก็ดูเป็น Glass Skin ที่ดูสวยงามและดูไม่มัน ไม่เยิ้มนะฮะ ฉะนั้น ก็
ถ้าใครอยากจะมีผิวที่ดูเป็น Glass Skin แบบนี้ ตอนนี้ Jung Saem Mool นะครับ
มีเคาน์เตอร์แล้วที่ Siam Center นะครับ
ที่ชั้น G โซน Atrium 2 นะครับ
วันนี้ต้องขอขอบคุณ คุณ Jung Saem Mool มาก ๆ นะครับ
ที่ให้โอกาสมาร่วมพูดคุยกับชัยในรายการเชื่อชัยนะครับ
ซึ่งเราเป็นรายการเดียวที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ แบบ Exclusive สุด ๆ เลยนะครับ
แล้วก็มาให้ความรู้ เคล็ดลับ และก็เทคนิคต่าง ๆ ในการ
แต่งผิวนะครับ
ชัยได้ความรู้เพียบมาก ๆ เลย ฉะนั้น
ถ้าใครอยากได้ผิวแบบ Glass Skin นะครับ
เชิญที่เคาน์เตอร์ Jung Saem Mool เชื่อชัย เชื่อชัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *